.
สัปดาห์นี้ ผมได้มีโอกาสดูหนังเรื่อง The Odyssey ของผู้กำกับภาพยนตร์ Christopher Nolan ซึ่งกำลังเป็นกระแสได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเป็นเรื่องของวีรบุรุษชาวกรีก ชื่อ Odysseus ผู้ใช้เวลากว่า 10 ปี หลังทำสงครามกรุงทรอยเสร็จ ในการเดินทางฝ่าพายุ สัตว์ประหลาด แม่มด ภูติผีปีศาจ และอุปสรรคต่างๆ มากมาย เพื่อกลับบ้าน
.
สำหรับผม The Odyssey ไม่ใช่เรื่องของการเดินทางกลับบ้านธรรมดา หากแต่เป็นเรื่องของการเติบโต เพราะ Odysseus ไม่ได้เดินทางแบบราบรื่นเลย หลงทาง เจอพายุครั้งแล้วครั้งเล่า เจอสัตว์ประหลาด แม่มด ภูติผีปีศาจขวางทางมากมาย หลายๆ สถานการณ์ต้องตัดสินใจเรื่องที่ยาก และตัดสินใจผิดพลาด สูญเสียเพื่อนร่วมทาง แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน และในทุกก้าวย่าง เขาได้เรียนรู้ปรัชญาใหม่ๆ อยู่เสมอ
.
ท้ายที่สุด Odysseus ไม่ได้กลับถึงบ้านในฐานะคนเดิม เขากลับมาในฐานะคนที่ผ่านบททดสอบมากมาย ได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการไม่เคยล้มเหลว แต่เกิดจากการลุกขึ้นเดินต่อทุกครั้งที่ล้ม ได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น และเติบโตเป็นผู้นำที่ดีกว่าเดิม
.
การเตรียมตัวสมัครมหาวิทยาลัยระดับโลกของลูก ก็ไม่ต่างจาก Odysseus เลยครับ ความสำคัญของเส้นทางนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง “ปลายทาง” ว่าจะสอบติดหรือไม่ สอบติดที่ไหน สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “ระหว่างทาง” ต่างหาก
.
ตัวอย่างเช่น น้องคนหนึ่งตั้งใจสอบ SAT อ่านหนังสือมาหลายเดือน แต่คะแนนครั้งแรกออกมาต่ำกว่าที่หวังมากๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องการรับมือกับความผิดหวัง เรียนรู้สิ่งที่พลาด ไม่ยอมแพ้ แล้วก็หาวิธีพัฒนาให้ดีขึ้น จนสุดท้าย สอบได้คะแนนอย่างที่ตั้งใจ
.
น้องบางคน สมัครเข้าแข่งขัน Case Competition ครั้งแรก อาจจะทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ดีนัก เลยตกรอบ หลังจากนั้น อาจจะได้ Reflect ตัวเอง หาคำแนะนำจากคุณครู จนหาวิธีทำงานกับเพื่อนร่วมทีมได้ดีขึ้น จนการแข่งขันครั้งที่ 2 จึงเข้ารอบสุดท้าย ได้รางวัลรองชนะเลิศ เป็นต้น
.
น้องอีกคนเริ่มทำ Passion Project เกี่ยวกับ Biochemical Engineering แต่พอทำไป 3 เดือน แล้วรู้ว่าตัวเองไม่ได้ชอบเรื่องนั้นจริงๆ น้องก็มีสองทางเลือกที่จะมอง คือ (1) รู้สึกเสียเวลากับสิ่งที่ทำไปแล้วไม่ได้ทำต่อ หรือ (2) รู้สึกว่า “ก้าวหน้า” ขึ้นไปอีกขั้น เพราะการค้นพบว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ ก็เป็นความก้าวหน้าเหมือนกัน เพราะมันทำให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น จนรู้ว่าตัวเองอาจไม่เหมาะกับการเรียนปริญญาตรีสาขา Biochemical Engineering เลยเปลี่ยนแผนไปสมัครสาขา Business แทน
.
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นว่า เรื่องราว “ระหว่างทาง” ในการเตรียมสมัครมหาวิทยาลัยระดับโลกนั้น ลูกจะได้เรียนรู้หลายๆ อย่างที่ห้องเรียนไม่ได้สอน เช่น การรับมือกับความผิดหวัง, การบริหารเวลา, การทำงานร่วมกับผู้อื่น, การกล้าลองทำสิ่งใหม่, การค้นหาว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆ และการลุกขึ้นใหม่ เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง เป็นต้น
.
บางครั้ง เราและลูกอาจจะเผลอโฟกัสกับผลลัพธ์ เช่น ลูกสอบ SAT ได้กี่คะแนน?, ได้คะแนน IB AP A-Level เท่าไหร่?, Passion Project มี Impact เยอะมั้ย? แข่งขันคณิตศาสตร์ชนะมั้ย? สอบติดมหาวิทยาลัยไหน? แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ลูกกำลังกลายเป็นคนแบบไหน ระหว่างการเดินทางครั้งนี้
.
เขากล้ารับความท้าทายมากขึ้นหรือไม่, เขารับมือกับความผิดหวังได้ดีขึ้นหรือไม่, เขาเริ่มค้นพบสิ่งที่ตัวเองรักหรือยัง, เขาเริ่มสร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อคนอื่นหรือเปล่า
.
การเดินทางเหล่านี้ มีค่ามากกว่าการสอบติดมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป
.
เพราะสุดท้ายแล้ว มหาวิทยาลัยระดับโลกไม่ได้มองหาแค่เด็กที่คะแนนสูงที่สุด ได้ทำ Internship หลายที่ หรือทำ Passion Project ที่ประสบความสำเร็จอย่างเดียว แต่กำลังมองหาเด็กที่เติบโตขึ้นระหว่างทางมากกว่า เพราะเด็กเหล่านี้ต่างหากที่จะมาเรียนกับเขาแล้วจบออกไปสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลก และสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยต่อไป
.
และเด็กแบบนี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นก่อนส่งใบสมัครไม่กี่เดือน แต่ถูกสร้างขึ้นจาก “การเดินทาง” ที่ยาวนานหลายปี
.
แต่การเดินทางของลูก ไม่ได้ต้องเดินทางคนเดียวเสมอไป ถ้ามีคนที่เคยเดินเส้นทางนี้มาก่อน เช่น ผมและพี่ๆ EverLearnX คอยเป็นแผนที่ เป็นเข็มทิศ เป็นคนข้างๆ ที่จะช่วยให้คำปรึกษาดูแลทุกขั้นตอนตลอดเส้นทางการสมัครมหาวิทยาลัยกับลูก ก็จะทำให้การเดินทางครั้งนี้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยระดับโลกมากขึ้นครับ
.
🧑🎓💼อยากให้ลูกได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในฝัน? สามารถปรึกษาฟรีเพื่อวางแผนการสมัครได้ที่🔽
https://lin.ee/5LArdAx
.
📍ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.everlearnx.com
.
🏆การันตีความสำเร็จโดยพี่ๆ ที่เคยติด Harvard, Stanford, Wharton, MIT, Columbia, UCLA, Oxford, Cambridge ช่วยแนะแนวทางให้ลูกแบบเจาะลึก

Related post

“ทำไมคนหนึ่งสอบติด อีกคนสอบไม่ติด“
คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยไหมครับ น้องสองคน เรียนโรงเรียนคล้ายๆ กัน ตื่นเช้าไปเรียนเหมือนกัน กลับบ้านมาอ่านหนังสือเหมือนกัน เล่นกีฬาเหมือนกัน เรียนดนตรีเหมือนกัน ทำกิจกรรมในโรงเรียนเหมือนกัน แต่พอถึงวันสมัครมหาวิทยาลัยระดับโลก คนหนึ่งสอบติด อีกคนไม่ติด

“คนฉลาดจะไม่สู้ทุกเรื่อง”
เวลาพูดถึงความสำเร็จ คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าลูก “ต้องสู้ ต้องไม่ยอมแพ้” แต่ความจริงคือ คนที่ไปถึง Top U จริงๆ ไม่ได้สู้ทุกเรื่องครับ เขาเลือกสู้เฉพาะเรื่องที่ควรสู้ . มนุษย์เรามีสัญชาตญาณเอาตัวรอดอยู่แล้ว เวลามีไฟไหม้ เราหนี เวลามีแผ่นดินไหว เราหนี เวลามีอันตราย เราไม่ยืนสู้แบบไร้เหตุผล แต่พอเป็นเรื่องสมัครเรียน ทำไมน้องๆ หลายคนถึงเลือกดันทุรังอยู่ที่เดิม ทั้งที่มันไม่เวิร์ค?

Study Abroad FAQs, Study in US
“เรียนต่ออเมริกาปลอดภัยไหม?”
ช่วงนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจตกใจกับพาดหัวข่าว “สหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่าน” และก่อนหน้านี้ ก็มีเหตุการณ์ทางลบหลายๆ อย่างในอเมริกา เช่น เหตุการณ์ความรุนแรงในบางพื้นที่, Homeless เยอะขึ้น, กระแสการเหยียดคน Asia เป็นต้น . คำถามคือ แล้วเรายังควรส่งลูกไปเรียนที่อเมริกาอยู่ไหม?