เจอ Bill Gates อยากบอกอะไร

Study Abroad FAQs, Study in UK, Study in US

September 30, 2025

“เจอ Bill Gates อยากบอกอะไร?”
.
คุณพ่อคุณแม่ลองจินตนาการตามผมนะครับ ถ้าลูกของเรามีโอกาสยืนอยู่ในลิฟต์กับ Bill Gates หนึ่งในคนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกมากที่สุดในยุคนี้ เขาหันมายิ้มให้ลูก ทักทาย แนะนำตัว พร้อมถามสั้น ๆ ว่า “Please tell me a bit about yourself.” ซึ่งอีก 10 วินาทีลิฟต์จะถึงที่หมาย ลูกเราจะพูดว่าอะไรดีครับ?
.
“ผมเรียนเก่งครับ ได้ GPA 4.0 ทุกเทอม”
“หนูเป็นหัวหน้า 3 ชมรม ทำกิจกรรมเยอะค่ะ”
“ผมเป็นตัวแทนแข่งวิทยาศาสตร์ระดับชาติครับ”
.
ฟังดูดีหมดเลยครับ แต่มันยังไม่ทำให้เขาจำลูกของเราได้เลย เพราะประโยคเหล่านั้น ยังไม่แสดงว่า “ตัวตน” ของลูกคืออะไร?
.
ประโยคเหล่านั้น คือข้อมูล แต่ไม่ใช่เรื่องเล่า ประโยคเหล่านั้น คือสิ่งที่ทำ แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่เป็น
.
Harvard ระดับ Undergrad ล่าสุดมีผู้สมัครประมาณ 60,000 คน ได้ตอบรับเข้าเรียนประมาณ 1,900 คน หรือประมาณ 3.2% เท่านั้น มหาวิทยาลัยระดับโลกเหล่านี้ มีกรรมการคัดเลือก อยู่ไม่กี่คน แต่ละคนต้องอ่านใบสมัครหลายพันใบภายในเวลา 3 เดือน แปลว่ากรรมการใช้เวลาเฉลี่ยไม่เกิน 5 นาทีต่อ 1 ใบสมัคร ดังนั้น ถ้าใน 1-2 นาทีแรก ใบสมัครของลูกเรายังไม่แสดงตัวตนชัดเจนว่าเราเป็นใคร? แตกต่างจากผู้สมัครคนอื่นอย่างไร? ใบสมัครนั้น ก็จะไปอยู่ในกอง Reject ครับ
.
คนที่เก่งด้านการเรียนอย่างเดียว = สอบไม่ติด
คนที่เก่งด้านกิจกรรมอย่างเดียว = สอบไม่ติด
.
เรื่องนี้ คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านอาจทราบอยู่แล้ว แต่เชื่อหรือไม่ ว่าคนที่เก่งทั้งด้านการเรียนและกิจกรรม แต่ทำกิจกรรมหลากหลาย สะเปะสะเปะ ทั้งสอนหนังสือ ทำวิจัย ปลูกป่า บริจาคเลือดให้โรงพยาบาล เหมือนอธิบายให้ Bill Gates ฟังประวัติตัวเองยืดยาว จน 10 วินาทีลิฟต์ถึงที่หมายแล้ว ยังอธิบายไม่จบ … คนแบบนี้ก็สอบไม่ติดเหมือนกัน
.
เพราะเขายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ และที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร
.
กิจกรรมที่หลากหลาย แต่ไม่มีจุดร่วม เหมือนคนที่ทำอะไรเก่งไปหมด แต่ไม่มีเรื่องไหนโดดเด่นพอจะจดจำ กรรมการคัดเลือกอ่านแล้วไม่เห็นตัวตน ไม่รู้ว่า Passion คืออะไร ก็เลยไม่รู้ว่าอนาคตเขาจะไปทางไหน ก็เลยไม่มั่นใจว่าเขาจะสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยได้หรือไม่ ก็เลยไม่รับเข้าเรียน
.
ดังนั้น เป็นสิ่งที่ดีถ้าลูกของเรามุ่งมั่นอยากทำกิจกรรมต่างๆ เพราะจะทำให้เขาโตขึ้น แต่อย่าเพิ่งให้ลูกรีบทำกิจกรรม จนกว่าจะตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า ถ้าเจอ Bill Gates ลูกของเราจะพูดว่าอะไรใน 10 วินาที แล้วให้เขาจำได้ !
.
ผมมีวิธีการง่ายๆ มาแนะนำครับ ถ้าคิดเป็นประโยคเลย อาจจะยากไป แต่ถ้าเราเริ่มคิดจาก 3 คำที่เราอยากให้ Bill Gates จำได้ แล้วค่อยเรียบเรียงเป็นประโยค จะง่ายกว่าครับ
.
ตัวอย่างเช่น น้องผู้หญิงคนหนึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่ตอน 10 ขวบ เข้ารับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง จนน้องอาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม น้องรู้ว่าความทรมานจากโรคนี้เป็นอย่างไร รู้ว่าการรักษาสำคัญเพียงใด แต่ก็รู้ว่ามีอีกหลายคนที่เข้าไม่ถึงการรักษานั้น หรือเข้าถึงแต่การรักษาที่ดีไม่พอ น้องเลยอยากแก้ปัญหานี้ให้กับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน
.
ก่อนลงมือทำกิจกรรมต่างๆ น้องคิดทบทวนกับตัวเองก่อน ว่าน้องมีตัวตนอย่างไร มีจุดเด่นอย่างไร สรุปออกมาได้ 3 คำ คือ

  1. เคยป่วยซึมเศร้า
  2. ชอบ Art
  3. เก่ง Science

หลังจากคิดออกมาเป็น 3 คำนี้ ก็แต่งประโยคเป็น “As a student who has experienced depression, I want to combine my love for art and my passion for neuroscience to make mental health support more accessible and empathetic for young people.”
.
หลังจากนั้น น้องจึงสามารถเลือกทำ Activity ต่างๆ ได้สุดทาง ที่ช่วยตอบโจทย์ประโยคนี้ เช่น ฝึกงานที่ HealthTech company ด้านจิตเวช, จัดกิจกรรมให้เพื่อนในโรงเรียนเขียนจดหมายถึงตัวเองตอนรู้สึกท้อ, เป็นวิทยากรแชร์ประสบการณ์กับรุ่นน้อง, เขียนบทความลง Social Media เรื่องภาวะซึมเศร้าในวัยเรียน, จัดนิทรรศการงานศิลป์สะท้อนอารมณ์ของคนที่กำลังเจ็บป่วยทางใจ
.
สุดท้ายน้องสอบติดมหาวิทยาลัยระดับ Ivy League ตั้งใจไปศึกษาด้าน Neuroscience ครับ
.
กิจกรรมแบบนี้ ไม่ใช่แค่ทำเพื่อสอบให้ติดเลยครับ แต่เกิดจากความชัดในตัวตน แล้วจึงอยากทำสิ่งต่างๆ ให้จับต้องได้ตาม Passion อันแรงกล้าต่างหาก ทั้งหมดนี้ เริ่มจากความเข้าใจในตัวเอง แล้วจึงค่อยลงมือทำกิจกรรมที่สื่อถึงตัวตนนั้นให้ชัดที่สุด ไม่ใช่การทำเยอะ แต่เป็นการทำอย่างมีเป้าหมายครับ และพอถึงวันที่เขียนใบสมัคร สิ่งที่ลูกพูดถึงจะไม่ใช่แค่ “ฉันทำอะไร?” แต่คือ “ฉันเป็นใคร? และฉันจะทำอะไรเพื่อโลกได้บ้าง?” ซึ่งนั่นแหละครับ คือสิ่งที่มหาวิทยาลัยระดับโลกต้องการจริงๆ
.
🧑‍🎓💼อยากให้ลูกได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในฝัน? สามารถปรึกษาฟรีเพื่อวางแผนการสมัครได้ที่🔽
https://lin.ee/5LArdAx หรือ Line OA: @everlearnx
.
📍ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.everlearnx.com
.
🏆การันตีความสำเร็จโดยพี่ๆ ที่เคยติด Harvard, Stanford, Wharton, MIT, Columbia, UCLA, Oxford, Cambridge ช่วยแนะแนวทางให้ลูกแบบเจาะลึก

Related post

Uncategorized

“ผู้ชนะไม่เคยเดินคนเดียว”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล สร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งให้กับคนไทย ด้วยการคว้าแชมป์ระดับโลก Honda LPGA Thailand 2026 ในบ้านเกิดได้สำเร็จ . นี่คือชัยชนะระดับ LPGA ครั้งที่ 8 ของเธอ และสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือเป็นชัยชนะครั้งแรกที่คุณแม่มีโอกาสได้สัมผัสในสนาม (ก่อนหน้านี้ ได้แชมป์ที่ต่างประเทศหมด ซึ่งคุณแม่ไม่เคยมีโอกาสเดินทางไปเลย) . แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทันนึกถึงคือ ความสำเร็จของโปรจีนไม่ได้เกิดขึ้นจากเธอคนเดียว . ทุกครั้งที่กล้องทีวีจับภาพอยู่ที่สนาม คำชม ถ้วยรางวัล เงินรางวัล และทุกๆ อย่าง จะถูกโฟกัสไปที่โปรจีนเสมอ . แต่จริงๆ แล้ว หลังฉากความสำเร็จยังมีทีมงานอีกหลายคนเลยครับ เช่น พี่ก้อง แคดดี้คู่ใจ ที่ช่วยดูระยะจริงจากจุดตีถึงธง, ความเร็วลม, ความลาดเอียงของกรีน, เลือกเหล็ก, วางแผนเกมแต่ละหลุม โดยเฉพาะในวันที่แรงกดดันสูง พี่ก้องคือคนที่คุยกับโปรจีนเพื่อผ่อนคลายในสนาม

Learn more

Study Abroad FAQs

“เรียนที่จีนดียังไง?”

“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” ครับ ช่วงตรุษจีนแบบนี้ หลายๆ ครอบครัวคงพูดถึงเรื่องอนาคตของลูกกันไม่น้อย ถ้าพูดถึงการส่งลูกไปเรียน ป.ตรี ต่างประเทศ ปลายทางยอดฮิตของคนไทยก็มักจะเป็น US และ UK . แล้วทำไม “จีน” ถึงควรถูกพิจารณาเป็นอีกตัวเลือกที่ดีทัดเทียมกัน?

Learn more

Study in US

จบโรงเรียนไทย ก็ไป Harvard ได้

“จบโรงเรียนไทย ก็ไป Harvard ได้” . “หาเงินไว้เยอะๆ นะพ่อ 15 ล้านน่ะ มันค่าเล่าเรียน แล้วก็ 12 ปี นับจากนี้ ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตายนะ” นี่คือเสียงสนทนาของคุณพ่อ คุณแม่ ในภาพยนตร์ของ Netflix เรื่อง “ลักกันวันตาย” ที่ต้องการส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ค่าเทอมปีละล้าน และยังต้องบริจาคเงินจำนวนมาก เพื่อให้ได้เข้าเรียน

Learn more